right time,right now
posted on 01 Jul 2011 23:37 by mochasasiwanอย่างหน้าด้านๆ วันนี้เราจะเอาการบ้านมาอัพบล็อก


ห้องเรียนวันนี้ เราว่ากันด้วยเรื่อง “เปลี่ยน”
ในพจนานุกรม “เปลี่ยน” เป็นคำกริยา หมายถึงการ “ แปรหรือกลายไปจากลักษณะหรือภาวะเดิม” หรือ “เอาสิ่งหนึ่งเข้าแทนอีกสิ่งหนึ่งโดยกรรมวิธีต่าง ๆ” ไปจนกระทั่ง “ย้าย”
คล้ายกับกริยาส่วนใหญ่ “เปลี่ยน” สามารถถูกใช้ได้ทั้งแบบ active และ passive แถมยังวงเล็บว่าสามารถกระทำได้แม้ประธานผู้ลงมือหรือกรรมผู้ถูกกระทำไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เพื่อนๆ พี่ๆ ในชั้นผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องการ “เปลี่ยน” ทั้งที่ให้ผลไปในทางบวกและลบ
บางคนพยายามเปลี่ยนตัวเอง บางคนพยายามเปลี่ยนคนอื่น บางคนคิดใหญ่อยากเปลี่ยนระดับประเทศ บางคนเปลี่ยนเพราะสถานการณ์บังคับ บางคนปลุกสมัครพรรคพวกให้ลุกขึ้นเปลี่ยน และบางคนเลือกเก็บความคิดอยากจะเปลี่ยนไว้รอเวลาที่เหมาะสม
บางการเปลี่ยนต้องอาศัยพลัง บ้างอาศัยความกล้า บ้างต้องอดทน ใช้เวลา แต่บ้างก็เรียบง่ายยิ่งกว่าที่เคยคาดเดา
วันเดียวกัน ฉันได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่ง เธอแนะนำตัวกับฉันว่าทำงานอยู่ที่โรงไฟฟ้า และเพิ่งได้อ่านนิตยสารฉบับที่เด็กฝึกงานอย่างฉันได้มีโอกาสลงมือทำ เธอกล่าวขอบคุณที่เราเสนอเรื่องของอาจารย์ผู้คิดค้นลูกบอลจุลินทรีย์ชีวภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เธอและทีมงานตามหามานาน เพื่อใช้ยืนยันในการเสนอโครงการกับผู้ใหญ่ว่า ลูกบอลก้อนเท่ากำปั้นก็สามารถบำบัดน้ำเสียได้ไม่แพ้น้ำจุลินทรีย์เป็นขวดๆ
วินาทีที่เธออ่านทวนประโยคของอาจารย์ว่า “เป้าหมายของผมคือทำไปทั้งประเทศ ทั้งโลกนี้ แต่ใครจะให้ความร่วมมือกับผมบ้างเท่านั้นเอง” แล้วบอกกับเราว่าเธอกับทีมงานนี่แหละคือผู้ที่อาสาจะมาช่วยเอง ฉันก็รู้สึกว่านิตยสารเล่มนี้ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว
ในทุกวันที่ดำเนินชีวิต ไม่ว่าโดยรู้ตัวหรือไม่ เราได้รับอิทธิพลจากใครหลายคน ประกอบกันเข้าเป็นเรี่ยวแรงสำคัญผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพราะฉะนั้นเราก็คงเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนเรี่ยวแรงสำหรับการเปลี่ยนแปลงของใครคนอื่นเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อแรงของเราถูกส่งออกไปในฐานะ “สื่อ”
หลังวางสายโทรศัพท์ ฉันเรียนรู้ว่า หาก “right time” ของการเป็นผู้ลงมือเปลี่ยนแปลงยังเดินทางมาไม่ถึง เราก็สามารถใช้ “right now” ทำเท่าที่สถานะปัจจุบันของเราจะเอื้อให้ไปก่อนได้
เผื่อว่าบางทีมันอาจมีประโยชน์สำหรับ “right time” ของใครคนอื่นในขณะนี้

right now จริงๆก็แปลแบบเถรตรงแต่มีนัยยะให้เรียนรู้ได้ว่า
ทำอะไรที่ถูกต้อง ทำอะไรที่ควรทำ "เดี๋ยวนี้"
เพราะจริงๆแล้วไม่ว่าตอนไหน เราก็ควรทำปัจจุบันให้มันโอเคที่สุดอยู่แล้วเนอะ
#1 By vinn* on 2011-07-02 10:49